Moonlight In The Rain

posted on 04 Aug 2011 13:44 by gilmist
เมฆฝนบดบังจันทร์
แสงจันทร์อันงดงามสาดส่องไม่ถึงตัวฉัน
ฟิ้นน้ำอันสงบนิ่งและน่าชมเวลาสะท้อนจันทร์
บัดนี้ไหวระรอกไปเพราะหยาดฝน
ใจของฉันก็สั้นไหวดั่งฟื้นน้ำ
ความรักที่ฉันให้เธอมันไม่อาจสาดส่องไปถึงใจเธอ
อารมณ์อันมืดมิดบดบังมันไว้
สายฝนจากตาฉันเริ่มหลั่ง
ฉันเฝ้าคอยให้มันหยุด
แต่นานเท่านานก็ยังไม่เป็นจริง
ทำไมกัน
ฉันเฝ้าถามตัวเองว่าทำไม
ไม่มีคำตอบใดจากน้ำตานั้น
ไหลรินไปกับความซ้ำ
ฉันเคร้าใจกับความรัก
ทุกนาทีที่เธอจากไป
ฉันเศร้าใจ






 
สายฝนเริ่มเบาบางแล้ว
แสงจันทร์อันงดงามกำลังจะกลับมา
ฉันเฝ้ารออย่างมีหวัง
หวังที่จะได้ชิ่มชมความงานนั้นอีกครั้ง
ความงามที่เป็นแรงบัลดาลใจของฉัน
ทำให้ฉันกล้าที่ก้าวไปในคืนอันเปลี่ยวเหงา
การรอคอยครั้งนี้ช่างเนิ่นนานแต่ก็มาถึง
แสงจันทร์อันงดงามก็กลับมา
สาดแสงให้เห็นถึงความงามของโลกล้า
สาดให้เห็นเธอคนนั้นที่งดงามใต้แสงจันทร์
 
 
.............
..........
........
......
...
.

 
 
 
จันทร์เจ้าขาฉันไม่อธิษฐานขอสิ่งใด
นอกจากขอให้รักนี้งดงามเฉกเช่นแสงจันทร์

เสียงที่ไม่ได้ยิน

posted on 20 May 2011 10:08 by gilmist
 
 
    ณ บ้านใจกลางกรุงที่รายล้อมไปด้วยผู้คนและกลุ่มควัน
 
บ้านที่เวลานี้มีชายชราอาศัยอยู่เพียงลำพัง
 
บรรยากาศช่างเงียบเหงายิ่งนัก
 
 
 
 
...
...
...
...
...
 
 
แต่ในความเงียบเหงานั้นยังมีเสียงดนตรี
 
เสียงบทเพลงแห่งความหลังของชายชรา
 
I WANT TO HOLD YOUR HAND
 
บทเพลงที่เขาเคยร้องก่อนจะขอผู้หญิงที่เขาคิดว่าสวยที่สุดในโลกแต่งงาน
 
และมันก็เป็นเพลงสุดท้ายที่เธอคนนั้นขอให้เขาร้องให้ฟังก่อนที่เธอจะจากไปชั่วนิรันดร์
 
บทเพลงนี้จึงถูกเปิดอยู่บ่อยครั้งในบ้านหลังนี้
 
ชายชรานั่งฟังเพลงนี้ด้วยความรู้สึกคิดถึงและผูกพันธ์
 
 
 
...
...
...
...
 
 
บทเพลงจบลงแล้ว
 
ชายชราพลันตื่นจากฝันในอดีต
 
เขาเหม่อมองไปที่หน้าต่างแลัวเปิดมันออก
 
เสียงที่อีกทึก วุ่นวาย เร่งรีบของผู้คนก็เข้ามากระทบหู
 
..
..
..
 
ไม่นานชายชราก็ปิดมันลงอีกครั้งแลัวหันไปเปิดเพลงนั้นอีกครั้ง
 
เวลานี้เขาตัดขาดจากทุกๆเสียงภายนอก
 
ตั้งใจฟังแค่เพลงของเขาเท่านั้น
 
แม้เสียงที่ด้านนอกจะดังมากมายอย่างไร
 
ชายชราผู้เงียบเหงาก็เลือกที่จะฟังในเสียงที่เขาอยากได้ยินเท่านั้น
 
นั่งฟังมันเพียงลำพังตลอดไป
 
 
..
 
...
 
....
 
......
 
........
 
..........
 
.............
 
.................
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คุยกันท้ายเอนทรี่
 
  ตั้งแต่อัพบล๊อกมาเอนทรี่นีีใช้เวลาเรียบเรียงน้อยที่สุดแล้ว หรือว่าผมเร่งรีบไปหรือเปล่า ช่วงนี้ทำงานเหนื่อยมาก.....ๆๆๆ  อยากจะเปลี่ยนงานใหม่แต่ยังไม่รู้จะไปทางไหนดีก็คงต้องทนต่อไปก่อน T_T
 
  สำหรับเรื่องนี้ยังเป็นเรื่องเกี่ยวกับเสียงกับความเงียบเหงา เพื่อนๆอ่านแล้วเป็นอย่างไรก็คอมเม้นบอกกันหน่อยนะครับ ดีไม่ดีก็บอกกันได้จะได้ทำไปปรับปรุงให้ดีมากกว่านี้ ยังไงก็ฝากเนิ้อฝากตัวอีกสักรอบนะครับ
 
สวัสดีครับ

edit @ 20 May 2011 10:27:26 by GilMist

ฝนตกอีกแล้ว

posted on 14 May 2011 10:34 by gilmist
ฝนตกอีกแล้ว!!!
 
ผมนั่งมองน้ำฝนที่ร่วงหล่นลงกระทบหน้าต่างห้อง
 
จริงๆแล้วผมรู้ตัวมาสักระยะแล้วว่าฝนจะตก
 
ฟ้าที่มืดครึ่มตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นสัญญาณบอกว่าฝนจะตก
 
แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอุทานกับตัวเองว่า
 
ฝนตกอีกแล้ว!!
 
แม้ว่าผมจะนั้งมองสายฝนที่กระหน่ำลงมาจากฟ้าอย่างมากมายเช่นนี้
 
แต่ผมไม่ชอบมันเลยสักนิด
 
เพราะสายฝนมักจะขวางกัันช่วงเวลาดีๆระหว่างผมกับเพื่อนเสมอๆ

เพราะสายฝนมักจะทำให้ผมนึกถึงเรื่องเวลาที่เศร้าเสียใจในอดีต
.
และสายฝนมักจะทำให้ความรู้สึกเหงาเกาะกินใจผมอย่างมากมาย
 
แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไร
 
เพราะผมรู้ว่าเมื่อใดที่ฝนหยุด ฟ้าที่สดใสและงดงามจะรอผมอยู่ตรงนั้นเสมอ
 
ขอแค่ให้ผมหันหน้าขึ้นไปมองก็จะรับรู้ได้ถึงความงามของฟ้าคราม
 
ผมจึงรอให้ฝนหยุดได้อย่างมีความสุข
 
ในเวลานี้ต่อให้ผมไปเต้นแร๊งเต้นกาหรือตะโกนให้ลั่นฟ้าก็ไม่อาจจะหยุดน้ำฝนได้สักเม็ดเดียว
 
ผมจึงคิดว่าการรออย่างเป็นสุขเป็นอะไรที่ง่ายและดีที่สุดแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คุยกันท้ายเอนทรี่
 
ช่วงนี้ฝนตกบ่อยรักษาสุขภาพด้วยนะครับ เมื่อวานผมตากฝนไปทำงานเล่นเอาแย่ไปเหมือนกัน
 
แล้วพอดีก็ได้ไอเดียระหว่างนั่งรอให้ฝนมันซ่าก่อนไปทำงานก็เลยเอามาเขียนให้อ่านกันน่ะครับ
 
ชอบไม่ชอบก็บอกกันได้นะครับ
 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน(แต่เม้นด้วยก็ดีนะครับ)
 
สวัสดีครับ

edit @ 14 May 2011 10:55:54 by GilMist

เสียงดนตรี

posted on 10 May 2011 11:01 by gilmist
กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้

ได้มีเด็กสาวตัวเล็กๆหน้าตาน่ารักคนหนึ่งอาศัยอยู่บริเวณชายป่ากับครอบครัว

ในทุกๆวันเธอจะมานั้งที่แครไม้หน้าบ้านเพื่อฟังเสียงดนตรี

เสียงดนตรีที่บรรเลงโดยธรรมชาติ

เสียงของลำธารไหลที่คอยให้จังหวะ

เสียงต้นไม้ไหวๆรับกับสายลม

เสียงนกน้อยใหญ่แบ่งรับขับขาน
 
เด็กน้อยมีความสุขมาก

เธอหวังใหัมันเป็นเช่นนี้ไปตลอดกาล
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
แต่วันหนึ่งความหวังของเธอก็ต้องสลายไป

เสียงที่ไม่คุ้นเคยได้มาทำลายทุกสิ่ง

เสียงที่น่ากลัวจนเธอต้องร้องไห้เมื่อได้ยินมัน

เสียงของเครื่องยนต์
.
.
.
.
.
.
ไม่นานนักเสียงนั้นก็มาแทนที่ทุกๆเสียงที่เธอคุ้นเคย

เธอรับรู้ได้ทันทีว่าทุกๆสิ่งจะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

ด้วยสองมือเล็กๆของเธอย่อมไม่สามารถจะหยุดยั้งมันได้

เด็กน้อยตัดสินใจไปบอกพ่อ

บอกให้พ่อขับไล่เสียงเหล่านั้นไปและนำเสียงเพลงที่เธอชื่นชอบกลับมา

พ่อของเธอมองเข้าไปในแววตาที่น่าสงสารของเธอแล้วรับปาก

เด็กน้อยดีใจมาก

พ่อของเธอบอกว่าจะเข้าไปในเมืองให้เธออยู่กับแม่อย่าไปไหน

เด็กน้อยเฝ้ารออย่างมีความหวัง

หวังว่าพ่อจะนำปาฏิหาร์ยกลับมา
.
.
.
.
.
.
.
.
เย็นวันนั้นพ่อเธอกลับมาพร้อมกับยื่นอะไรบ้างอย่างให้เธอ

เด็กน้อยรับมาด้วยความสงสัยจึงเอ่ยปากถามพ่อว่านี้คืออะไร

พ่อเธอตอบกลับไปว่า
.
.
.
.
 
"ไอ้นี้มันคือเครื่องเล่นเพลง ไอป๊อด เห็นคนขายเขาว่าเสียงมันดี เอาไว้ฟังเพลงนะ พ่อได้เงินค่าไม่รู้ไม่เห็นจากนายทุนที่มาตัดไม้ข้างบ้านเราโขอยู่ เลยชื้อมาให้"
 
 
 
 
 
 
คุยกันท้ายเอนทรี่

อันที่จริงว่าจะเขียนเรื่องสั้นเกี่ยวดวงจันทร์เพราะพึ่งได้รู้ว่าจริงๆแล้วดวงจันทร์มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง แต่ยังนึกอะไรดีๆไม่ออก

แล้วพอดีว่าเรื่องเสียงดนตรีนี้มันแว๊บเขาในหัวเลยจับมาเขียนซะเลย หวังว่าคงชอบกันนะครับ

ไว้เจอกันใหม่เอนทรี่หน้า

สวัสดีครับ

edit @ 11 May 2011 02:01:32 by GilMist

มองฟ้า

posted on 29 Apr 2011 04:05 by gilmist
    ชายคนหนึ่งนั้งกำลังจับจ้องยังที่ท้องฟ้า
 
เขาทำเช่นนั้นมาเนิ่นนานแล้ว
 
นานเสียจนเขาจำไม่ได้แล้วว่ามันเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่
 
แต่เขาจำวินาทีแรกที่เขาเห็นท้องฟ้าได้ มันสวยเสียจนไม่รู้จะบรรยายเป็นคำพูดคำอย่างไรดี
 
.
.
.
.
.
.
 
    นับจากวินาทีนั้นมากเขาไม่อาจละสายตาจากท้องฟ้าได้เลย
 
เขาหลงไหลในความงามของท้องฟ้า
 
เฝ้าจับจ้องอยู่เช่นั้น
 
ไม่ว่าจะฟ้าจะครามสีสดใส ฟ้าจะครึ่มในเวลาที่หมองหม่น หรือจะสีแสดในช่วงที่ตะวันทักทอ
 
เขาก็จับจ้องในความงานนั้นอย่างไม่ละสายตา
 
นานวันเข้าเขาก็เริ่มสงสัยว่าฟ้าจะรับรู้ได้มั้ยนะว่าเขากำลังเฝ้ามองอยู่
 
เขาจึงเริ่มพูดกับฟ้า
 
จากการพูดคุยเป็นกระโกนเรื่องร้องให้ฟ้ารับรู้
 
แต่ฟ้าไม่มีคำตอบ
.
.
.
.
.
.
.
 
   เวลาผ่านไปเนิ่นนาน นานเสียจนเขาเริ่มตะหนักแล้วว่าฟ้าอาจจะไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้
 
ไม่รู้ว่าเขาเฝ้ามองแม้วันที่ฟ้าร่ำไห้เป็นหยาดฝน หรือพิโรธโกธาเป็นอสันี
 
แต่กระนั้นเขาก็ยังหวังลึกๆในใจว่าฟ้าจะรับรู้ได้สักวัน หันมาสนใจเขาสักวัน
 
วันที่เขากับฟ้าจะได้รับรู้ซึ่งกันและกัน
 
.
.
.
.
.
.
.
   แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคน เวลาก็สามารถกัดกร่อนจิตใจเขาได้
 
ความหวั่นไหวในใจเริ่มมากขึ้น มากขึ้นเสียจนเขาต้องก้มหน้าด้วยความท้อแท้
 
ทันที่เขาก้มหน้าลงก็พลันเห็นกระต่ายขาวตัวหนึ่ง มันจ้องมองมาที่เขา สักพักมันก็ไม่เบือนหน้าหนี
 
แต่ไม่นานมันก็กลับมาจ้องมองเขาอีก
 
เขาจึงเอ่ยปากพูดคุยกันกระต่ายขาว
 
กระต่ายขาวก็ส่งเสียงตอบ
 
.
.
.
.
.
.
.
   นานวันเขาจากแปลกหน้าก็กลายเป็นคุ้นเคย
 
จากคุ้นเคยก็กลายเป็นสนิทสนม
 
แล้วก็กลายเป็นความผูกพัน
 
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
   ชายคนหนึ่งกำลังนั้งอยู่บนฟื้นดิน
 
เขานั้งอยู่อย่างนั้นมาเนิ่นนานแล้ว
 
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่กระต่ายขาวตัวหนึ่ง
 
กระต่ายขาวตัวนั้นก็จับจ้องมาที่เขา
 
สายตาแห่งความอบอุ่นและผูกพันส่งให้กันและกันตลอดเวลา
 
เขารับรู้ถึงตัวตนของกระต่ายขาว
 
กระต่ายขาวก็รับรู้ถึงตัวตนของเขาเช่นกัน
 
บางครั้งเขาก็หันหน้าไปมองฟ้า
 
มองเพื่อจะได้รับรู้ว่าฟ้าสูงแค่ไหน
 
สูงเกินกว่าจะได้ยินเสียงเขา รับรู้ถึงการมีตัวตนของเขา
 
เขาได้ตระหนักแล้วว่าต่อให้เขาดิ้นรนพยายามแค่ไหนฟ้าก็ไม่มีวันลงมาหาเขา มาสนใจเขา
 
แต่ถ้าเขามองไปที่บางสิ่งที่อยู่รอบๆตัวก็จะพบว่า
.
.
.
.
.
มันไม่ไกลเกินเอื้อม

 

 

 

 


edit @ 29 Apr 2011 04:37:13 by GilMist

 

    1 เดือน

    เวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหก

    เมื่อ1เดือนที่แล้วผมตั้งใจจะอัพบล๊อกให้ไวกว่านี้แท้ๆ

    แต่ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปแล้ว 1เดือน โดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ผมก็เลยมานั้งนึกดูว่าเกิดอะไรขึ่น

    ผมปล่อยปะละเลยมันไปหรือเปล่า

    เอาแต่อ้างนู่นอ้างนี่ขี้เกียจตัวไม่มีขน

    แต่กระนั้นมันก็ทำให้ผมได้รู้ว่าเวลาเป็นสิ่งที่หมดอายุได้ง่ายมากๆ

    ขอเพียงเราเผลอหรือลืมมันไป

    เราก็จะพลาดสิ่งที่สำคัญมากๆ สิ่งที่ทำให้เราดีใจ สิ่งที่ทำให้เราเสียใจ

    พลาดไปอย่างมากมาย

    และก็เป็นที่แน่นอนว่าเรา(ยัง)ไม่สามารถมันกลับมาได้

    ผมก็เลยหันกับไปดูช่วงเวลาที่ผ่านมาว่าผมพลาดอะไรไปบ้าง
    
    เผลอลืมอะไรไปบ้าง

    ปล่อยอะไรบ้างอย่างค้างคาไว้บ้างมั้ย

    แต่อดีตก็คืออดีต

    สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือปัจจุบันกับวางแผนอนาคตเท่านั้น

    24ชม.ที่เรามีเท่ากันทุกคน

    รากำลังปล่อยให้ซม.ไหนมันหมดอายุไปหรือเปล่า

    ดูแลเวลากันให้ดีนะครับ

    อย่าปล่อยให้มันหมดอายุไป

    ด้วยความเป็นห่วงจาก

    ผมเองคับ(^_^)

edit @ 23 Aug 2010 00:51:04 by GilMist

ระวังหมดอายุ

posted on 21 Jul 2010 01:53 by gilmist

 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังปล่อยให้บางอย่างหมดอายุไปเรื่อยๆ

โดยที่ไม่ได้สนใจมัน

อย่างเช่น

ขนมปังที่ซ่อนอยู่ในตู้กับข้าว

นมจืดที่หยิบผิดมาจากเซเว่น

แกงเมื่อเช้าที่กินไม่หมด

และความฝันที่กำลังจะกลายเป็นอากาศไป


อืม........

ทั้งๆที่ความฝันมันเป็นแรงบันดาลใจให้ผมขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

แต่ผมกลับลืมเลือนมันไป

ทิ้งขว้างมันไป

เอาแต่ปล่อยให้ชีวิตผ่านวันๆ

อืม...............................................................

 

 

 

แล้วตอนนี้

ผมรู้สึกว่ายอมรับมันไม่ได้

และในเวลานี้ผมก็เริ่มตระหนักแล้วว่าผมต้องทำอะไรซักอย่าง

อะไรซักอย่างที่ผมลืมมันไปนานแล้ว

อะไรซักอย่างที่ผมเคยรักมากๆ

อะไรซักอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงตัวผมในตอนนี้



ผมต้องทำอะไรซักอย่าง

edit @ 22 Jul 2010 13:17:39 by GilMist