ชายคนหนึ่งนั้งกำลังจับจ้องยังที่ท้องฟ้า
เขาทำเช่นนั้นมาเนิ่นนานแล้ว
นานเสียจนเขาจำไม่ได้แล้วว่ามันเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่
แต่เขาจำวินาทีแรกที่เขาเห็นท้องฟ้าได้ มันสวยเสียจนไม่รู้จะบรรยายเป็นคำพูดคำอย่างไรดี
.
.
.
.
.
.
นับจากวินาทีนั้นมากเขาไม่อาจละสายตาจากท้องฟ้าได้เลย
เขาหลงไหลในความงามของท้องฟ้า
เฝ้าจับจ้องอยู่เช่นั้น
ไม่ว่าจะฟ้าจะครามสีสดใส ฟ้าจะครึ่มในเวลาที่หมองหม่น หรือจะสีแสดในช่วงที่ตะวันทักทอ
เขาก็จับจ้องในความงานนั้นอย่างไม่ละสายตา
นานวันเข้าเขาก็เริ่มสงสัยว่าฟ้าจะรับรู้ได้มั้ยนะว่าเขากำลังเฝ้ามองอยู่
เขาจึงเริ่มพูดกับฟ้า
จากการพูดคุยเป็นกระโกนเรื่องร้องให้ฟ้ารับรู้
แต่ฟ้าไม่มีคำตอบ
.
.
.
.
.
.
.
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน นานเสียจนเขาเริ่มตะหนักแล้วว่าฟ้าอาจจะไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้
ไม่รู้ว่าเขาเฝ้ามองแม้วันที่ฟ้าร่ำไห้เป็นหยาดฝน หรือพิโรธโกธาเป็นอสันี
แต่กระนั้นเขาก็ยังหวังลึกๆในใจว่าฟ้าจะรับรู้ได้สักวัน หันมาสนใจเขาสักวัน
วันที่เขากับฟ้าจะได้รับรู้ซึ่งกันและกัน
.
.
.
.
.
.
.
แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคน เวลาก็สามารถกัดกร่อนจิตใจเขาได้
ความหวั่นไหวในใจเริ่มมากขึ้น มากขึ้นเสียจนเขาต้องก้มหน้าด้วยความท้อแท้
ทันที่เขาก้มหน้าลงก็พลันเห็นกระต่ายขาวตัวหนึ่ง มันจ้องมองมาที่เขา สักพักมันก็ไม่เบือนหน้าหนี
แต่ไม่นานมันก็กลับมาจ้องมองเขาอีก
เขาจึงเอ่ยปากพูดคุยกันกระต่ายขาว
กระต่ายขาวก็ส่งเสียงตอบ
.
.
.
.
.
.
.
นานวันเขาจากแปลกหน้าก็กลายเป็นคุ้นเคย
จากคุ้นเคยก็กลายเป็นสนิทสนม
แล้วก็กลายเป็นความผูกพัน
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ชายคนหนึ่งกำลังนั้งอยู่บนฟื้นดิน
เขานั้งอยู่อย่างนั้นมาเนิ่นนานแล้ว
สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่กระต่ายขาวตัวหนึ่ง
กระต่ายขาวตัวนั้นก็จับจ้องมาที่เขา
สายตาแห่งความอบอุ่นและผูกพันส่งให้กันและกันตลอดเวลา
เขารับรู้ถึงตัวตนของกระต่ายขาว
กระต่ายขาวก็รับรู้ถึงตัวตนของเขาเช่นกัน
บางครั้งเขาก็หันหน้าไปมองฟ้า
มองเพื่อจะได้รับรู้ว่าฟ้าสูงแค่ไหน
สูงเกินกว่าจะได้ยินเสียงเขา รับรู้ถึงการมีตัวตนของเขา
เขาได้ตระหนักแล้วว่าต่อให้เขาดิ้นรนพยายามแค่ไหนฟ้าก็ไม่มีวันลงมาหาเขา มาสนใจเขา
แต่ถ้าเขามองไปที่บางสิ่งที่อยู่รอบๆตัวก็จะพบว่า
.
.
.
.
.
มันไม่ไกลเกินเอื้อม
edit @ 29 Apr 2011 04:37:13 by GilMist